Life is an infinite jigsaw puzzle
เราเคยรู้ประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง เทคโนโลยีอีกเรื่อง และเรื่องสุขภาพอีกเรื่อง เหมือนเป็นความรู้คนละชิ้นที่ไม่เกี่ยวกัน จนวันหนึ่งเมื่อเอามาวางข้างกัน ภาพที่ไม่เคยเห็นก็ปรากฏขึ้น และทำให้เราเข้าใจโลกต่างไปจากเดิม
ผมเชื่อว่าชีวิตก็เป็นแบบนั้น ไม่มีเหตุการณ์เดียว ความรู้ชิ้นเดียว หรือคำตอบเดียวที่อธิบายคนทั้งคนได้ ทุกประสบการณ์ ความสำเร็จ ความผิดพลาด และเรื่องบังเอิญล้วนเป็นชิ้นส่วนของภาพที่ใหญ่กว่า และภาพนั้นเปลี่ยนได้เสมอเมื่อมีชิ้นส่วนใหม่เข้ามา คำว่า “ต่อไม่มีวันจบ” จึงไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีวันพบคำตอบ แต่หมายความว่าเราต้องพร้อมมองใหม่ เมื่อสิ่งที่เคยเชื่อไม่พออธิบายความจริงอีกต่อไป
เมื่อมองย้อนกลับไป ผมพบว่ามีคำถามหนึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งที่ผมสนใจมาโดยตลอด: อะไรทำให้บ้านเมืองของเราค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจากข้างใน—มีคนที่สร้างเทคโนโลยีสำคัญได้ด้วยตัวเอง มีธุรกิจที่เติบโตไกลกว่าตลาดในประเทศ และยังเปิดกว้างพอให้คนจากต่างพื้นเพอยากนำความรู้ ความสามารถ และชีวิตมาร่วมลงหลักปักฐาน คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่คนเก่งเพียงไม่กี่คนหรือนโยบายใดนโยบายหนึ่ง แต่อยู่ในชิ้นส่วนเล็ก ๆ จำนวนมาก ตั้งแต่การศึกษา ระบบเศรษฐกิจ วัฒนธรรมการทำงาน ไปจนถึงความไว้วางใจระหว่างคน
เว็บไซต์นี้คือพื้นที่ที่ผมใช้ต่อชิ้นส่วนจาก ประวัติศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยี และธุรกิจ เข้าด้วยกัน บางเรื่องเป็นเรื่องของคนที่เห็นภาพก่อนคนทั้งโลก บางเรื่องเป็นเรื่องของระบบรอบตัวที่เรามองไม่เห็น และบางเรื่องเป็นบทเรียนจากสิ่งที่ผมเคยต่อผิดเอง เป้าหมายไม่ใช่การมีคำตอบให้ทุกเรื่อง แต่คือการทำให้เรื่องที่เรารู้อยู่แล้วแบบแยกชิ้น กลายเป็นภาพที่ช่วยให้เราคิดและตัดสินใจได้ดีขึ้น

เกี่ยวกับผม
ดร. เจน จูฑา
Dr. Jay Jootar
江杰泰博士
Founder & CEO, Mor IsHealth
drjay@morishealth.com | Facebook | LinkedIn
ผมเติบโตมาในครอบครัวแพทย์ คุณพ่อและคุณแม่เป็นศาสตราจารย์แพทย์จากศิริราชและรามาธิบดี แต่ครอบครัวกลับไม่ได้เชียร์ให้ผมเรียนหมอ และผมเองสนใจธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก เส้นทางของผมจึงเริ่มจากวิศวกรรมไฟฟ้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปเรียนต่อ MBA และ PhD ด้าน Management ที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT)
ช่วงที่อยู่สหรัฐอเมริกา ผมได้ทำงานที่ปรึกษาให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึง Intel, ITT, Verizon และ IBM และมีประสบการณ์สร้างธุรกิจใหม่และแยกธุรกิจออกเป็นบริษัทลูก เมื่อกลับประเทศไทย ผมทำงานด้านการพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ True Corporation ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยี รวมถึงบุกเบิกตลาดต่างประเทศ พร้อมกับเป็นอาจารย์พิเศษด้านบริหารธุรกิจและที่ปรึกษาให้หน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
เมื่อมองย้อนกลับไป วิศวกรรมสอนให้ผมเห็นระบบ ธุรกิจสอนให้ผมเห็นแรงจูงใจ ประวัติศาสตร์สอนให้ผมเห็นว่าความคิดหนึ่งกว่าจะได้รับการยอมรับต้องผ่านอะไรบ้าง ส่วนการเติบโตในครอบครัวแพทย์ทำให้ผมเห็นมาตลอดว่า ปลายทางของทุกระบบสุขภาพคือชีวิตของคนคนหนึ่ง
ชิ้นส่วนเหล่านี้พาผมมาก่อตั้ง Mor IsHealth ในปี 2009 และสร้างระบบให้โรงพยาบาลมาต่อเนื่อง งานนี้ทำให้ผมเห็นปัญหาที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ: ในโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล เภสัชกร แล็บ การเงิน นัดหมาย และไอที ต่างถือข้อมูลคนละชิ้น แต่คนไข้หนึ่งคนต้องการให้ทุกชิ้นทำงานต่อกัน และการดูแลก็ไม่ควรหยุดลงเมื่อเขาเดินออกจากประตูโรงพยาบาล
วันนี้สิ่งที่ผมและทีมกำลังสร้างจึงไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ แต่คือวิธีเชื่อมข้อมูล การรักษา และการสื่อสารให้ต่อเนื่องไปถึงชีวิตจริงของผู้ป่วย เราพัฒนา IsHealth เพื่อทำให้การเชื่อมต่อนั้นเกิดขึ้นได้ในระดับระบบ และลงทุนเปิดบริการสุขภาพของเราเองเพื่อเรียนรู้จากการใช้งานจริง ไม่ใช่ให้ลูกค้าเป็นคนทดลองแทนเรา
หน้าเว็บนี้เป็นพื้นที่ที่ผมแบ่งปันวิธีมองโลกซึ่งอยู่เบื้องหลังสิ่งที่ผมเลือกสร้าง—รวมถึงเรื่องราวของคนที่ต่อจิ๊กซอว์ถูกก่อนใคร ระบบที่กำหนดชีวิตโดยที่เราไม่ทันเห็น และบทเรียนจากวันที่ชิ้นส่วนในมือผมต่อกันผิดภาพ