ชวนดู "The Tudors": เมื่อสามก๊กฝรั่งอยู่ร่วมสมัยกับอยุธยา
เรื่องภรรยาหกคนเป็นเพียงหน้าฉาก เบื้องหลังคือเกมชิงยุโรปของ Henry VIII, Francis I และ Charles V—ในเวลาเดียวกับที่เรือ ปืน เงิน และความรู้จากตะวันตกเริ่มเดินทางมาถึงสยาม

ในบทความ อากงคุณเป็นจีนไหน ผมชวนมองประวัติศาสตร์สยามผ่านผู้คนจากหลายมณฑลของจีน ซึ่งเดินทางเข้ามาคนละช่วงเวลา ด้วยเหตุผลและเครือข่ายต่างกัน
คราวนี้ผมอยากชวนมองจากอีกฟากหนึ่งของโลก
ชาวยุโรปที่มาถึงอยุธยาไม่ได้เป็น “ฝรั่ง” กลุ่มเดียวกัน พวกเขามาจากรัฐที่แข่งขัน ทำสงคราม และหยิบยืมเครื่องมือสร้างอำนาจจากกันมาหลายชั่วคน
จุดเริ่มต้นที่สนุกที่สุดจุดหนึ่งของเรื่องนี้อยู่ในซีรีส์ The Tudors
พูดชื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 8 คนส่วนใหญ่นึกถึงกษัตริย์ร่างใหญ่ในภาพวาด กับภรรยาหกคนที่เด็กอังกฤษมีสูตรช่วยจำว่า
หย่า–ประหาร–ตาย / หย่า–ประหาร–รอด
ทั้งหมดนั้นจริง แต่เป็นเพียงหน้าฉาก
ถ้ามองให้กว้างออกไป การแต่งงานคือพันธมิตร การหย่าคือวิกฤตระหว่างประเทศ และหญิงแต่ละคนไม่ได้เดินเข้าวังเพียงลำพัง เธอพาครอบครัว ศาสนา เครือข่ายขุนนาง และมหาอำนาจต่างชาติเข้ามาด้วย
เฮนรีจึงไม่ได้อยู่คนเดียวบนเวที
อีกฟากช่องแคบมีฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ส่วนถัดออกไปคือชาร์ลส์ที่ 5 ผู้ครองดินแดนตั้งแต่เนเธอร์แลนด์ถึงสเปนและโลกใหม่
คนทั้งสามขึ้นสู่อำนาจไล่เลี่ยกัน แข่งขันกันเกือบตลอดชีวิต และทุกครั้งที่สองคนจับมือกัน คนที่สามจะรีบหาทางทำลายพันธมิตรนั้น
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องราชวงศ์ Tudor
มันคือ สามก๊กฝรั่ง
หมายเหตุ: ปีทั้งหมดในบทความนี้เป็นคริสต์ศักราช
ก่อนเป็นตัวละครในตำรา พวกเขาคือกษัตริย์หนุ่มสามคน
เฮนรีขึ้นครองราชย์ในปี 1509 ตอนอายุเพียง 17 ปี
พระองค์สูง แข็งแรง ขี่ม้า ประลองทวน เล่นดนตรี แต่งเพลง และมีการศึกษาแบบเจ้าชายเรอเนซองส์ ภาพของ Jonathan Rhys Meyers ใน The Tudors จึงไม่ได้ผิดแนวคิดอย่างที่คนคุ้นกับภาพเฮนรีร่างใหญ่อาจคิด ซีรีส์กำลังพาเรากลับไปหาชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์และเชื่อว่าตนเกิดมาเพื่อความยิ่งใหญ่
ปัญหาคือเฮนรีไม่เพียงอยากเป็นกษัตริย์ที่ดี พระองค์อยากให้กษัตริย์องค์อื่นยอมรับว่าอังกฤษสำคัญ และแคร์การเสียหน้ามากพอจะเปลี่ยนความรู้สึกส่วนตัวให้กลายเป็นนโยบายของประเทศ
อีกฝั่งช่องแคบคือฟรองซัวส์ที่ 1 (François I) ซึ่งงานภาษาอังกฤษเรียก Francis I ต่อจากนี้ผมจะใช้ “ฟรานซิส” เพื่อให้อ่านและค้นข้อมูลต่อได้ง่าย
ฟรานซิสสูง รูปงาม ชอบกีฬา ศิลปะ ผู้หญิง และสงคราม เรียกได้ว่าเป็นเฮนรีฉบับฝรั่งเศสที่มีประเทศใหญ่กว่า ทั้งสองจึงมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่พร้อมแข่งขันกันแม้กระทั่งตอนประกาศว่ารักกัน
คนที่สามแทบตรงข้ามกับสองคนแรก
ชาร์ลส์ที่ 5 เงียบ ขรึม ไม่ได้มีรูปโฉมเป็นอาวุธ และมีคางยื่นแบบ Habsburg จนปิดปากลำบาก สิ่งที่เขามีแทนเสน่ห์คือความอดทน ความเคร่งศาสนา และความสามารถแบกปัญหาหลายเรื่องพร้อมกัน
แม้แต่เรื่องความรักก็สะท้อนความต่าง: เฮนรีมีภรรยาหกคน ฟรานซิสมีทั้งการแต่งงานทางการเมืองและหญิงคนโปรด ส่วนชาร์ลส์รักอิซาเบลลาแห่งโปรตุเกสอย่างจริงใจ หลังเธอเสียชีวิตเขาไม่แต่งงานใหม่อีกเลย
ถ้าเทียบเป็นสามก๊ก ฟรานซิสกับชาร์ลส์คือคู่ชกหลัก เพราะมรดก Habsburg ของชาร์ลส์โอบฝรั่งเศสไว้หลายด้าน ส่วนเฮนรีคือก๊กเล็กกว่าที่ทั้งสองฝ่ายปล่อยให้เป็นศัตรูไม่ได้

ดุลอำนาจยุโรปราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16: ฝรั่งเศสอยู่ระหว่างดินแดน Habsburg หลายด้าน ขณะที่อังกฤษมีขนาดเล็กกว่าแต่ครองทำเลสำคัญข้ามช่องแคบ
ปี 1511: ประวัติศาสตร์สองฟากโลกมาวางทับกัน
ก่อนเกมของกษัตริย์ทั้งสามจะเข้ารูป เรือจากยุโรปก็มาถึงหน้าบ้านเราแล้ว
ปี 1511 โปรตุเกสยึดมะละกา แล้วส่ง Duarte Fernandes เป็นทูตมายังกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ในเวลาต่อมา ความสัมพันธ์นำมาทั้งการค้า ชุมชนชาวโปรตุเกส อาวุธปืนและกระสุน ตลอดจนทหารและช่างฝีมือ ผมเคยเล่าการสร้างเครือข่ายของโปรตุเกส—จาก Goa และ Malacca ไปจนถึง Hormuz—ไว้ในบทความ ย้อนมองปิดฮอร์มุซครั้งแรก 500 ปีก่อน อ่านเกมอนาคต

เส้นทางเดินเรือโปรตุเกสอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ผ่านมหาสมุทรอินเดียและมะละกา ก่อนเชื่อมต่อมายังกรุงศรีอยุธยา
ตอนที่โปรตุเกสมาถึงอยุธยายังเป็นรัฐอิสระ แต่ที่สุดแล้วโปรตุเกสจะอยู่ใต้ก๊กของชาร์ลส์ เนื่องจากพระเจ้ามานูเอลที่ 1 แห่งโปรตุเกสคือพระบิดาของอิซาเบลลา ผู้จะเป็นพระมเหสีของชาร์ลส์ และต่อมาในปี 1580 มงกุฎโปรตุเกสจะตกแก่พระเจ้าฟิลิปที่ 2 พระโอรสของทั้งคู่ อยุธยาในยุคนั้นจึงมีความเชื่อมโยงกับก๊กของชาร์ลส์มากกว่าอีกสองก๊ก
อิตาลี: ฟรานซิสไม่ได้ชิงเพียงดินแดน
อิตาลีในเวลานั้นประกอบด้วยนครรัฐและดินแดนหลายก้อน มั่งคั่ง เต็มไปด้วยธนาคาร ศิลปิน ช่างฝีมือ และความรู้ แต่แตกเป็นชิ้นเล็กพอให้มหาอำนาจภายนอกเข้ามาแย่งกัน
ปี 1515 ฟรานซิสขึ้นครองราชย์และยกทัพข้ามเทือกเขาแอลป์ทันที เขาชนะที่ Marignano และยึดมิลาน
แต่สิ่งที่ฟรานซิสนำกลับฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงดินแดน
เขาเชิญ Leonardo da Vinci วัยชรามาอยู่ที่คฤหาสน์ Clos Lucé ในเมือง Amboise ใกล้พระราชวัง Leonardo นำผลงานหลายชิ้นติดตัวมาด้วย รวมถึง Mona Lisa นี่คือส่วนหนึ่งของคำตอบว่าเหตุใดภาพหญิงชาวฟลอเรนซ์จึงไปจบอยู่ที่ Louvre
ฟรานซิสยังวางฐานสถาบันซึ่งพัฒนาเป็น Collège de France และในปี 1539 กฎหมาย Villers-Cotterêts ก็กำหนดให้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในเอกสารกฎหมายและราชการแทนละติน
เขาจึงไม่ได้ทำสงครามด้วยทหารอย่างเดียว แต่กำลังชิงศิลปิน ภาษา และคนเก่งมาเป็นทรัพยากรของรัฐ
ชาร์ลส์: เด็กหนุ่มผู้ได้รับกล่องจิ๊กซอว์ใหญ่เกินตัว
ถ้าฟรานซิสต้องออกไปชิงจิ๊กซอว์ ชาร์ลส์ก็เกิดมาพร้อมกล่องใบมหึมา
ทางบิดา เขาสืบมรดก Habsburg และ Burgundy ทางมารดา เขาสืบราชบัลลังก์สเปน รวมถึงดินแดนที่สเปนกำลังยึดครองในทวีปอเมริกา เมื่อรวมเนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สเปน ดินแดนเยอรมันและอิตาลีเข้าด้วยกัน เด็กหนุ่มคนหนึ่งจึงมีอาณาจักรกระจัดกระจายอยู่ทั่วแผนที่
ชายที่อยู่เบื้องหลังมรดกฝั่งบิดาคือจักรพรรดิ Maximilian I ปู่ของชาร์ลส์ ส่วนพระบิดาคือ Philip the Fair ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่ชาร์ลส์อายุหกขวบ สิทธิในมรดกหลายสายจึงค่อยๆ ตกลงบนบ่าของเด็กชายคนหนึ่ง ลำดับราชวงศ์นี้อธิบายไว้ในประวัติของ Philip the Fair
จุดแข็งนี้เป็นจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน
ดินแดนแต่ละส่วนใช้ภาษา กฎหมาย ภาษี และผลประโยชน์ต่างกัน การเคลื่อนเงินจากสเปนไปทำสงครามในอิตาลี การป้องกันเนเธอร์แลนด์ หรือการรับมือเจ้าชายเยอรมัน จึงต้องอาศัยมากกว่าคำสั่งของกษัตริย์
ชาร์ลส์ต้องต่อราชวงศ์ เครดิต ท่าเรือ นักเดินเรือ แผนที่ กองทัพ และข้าราชการให้กลายเป็นระบบเดียวกัน
ปี 1519 โอกาสใหญ่ที่สุดก็มาถึง
การเลือกตั้งที่มีผู้ใช้สิทธิเจ็ดคน แต่แพงติดอันดับประวัติศาสตร์
เมื่อจักรพรรดิ Maximilian I สิ้นพระชนม์ ตำแหน่งจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็ว่างลง
ตำแหน่งนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ชนะปกครองรัฐเยอรมันทั้งหมดได้ตามใจ แต่ชื่อ “จักรพรรดิ” คือเกียรติทางโลกสูงสุดในคริสต์ศาสนจักรตะวันตก ให้ความชอบธรรมในโลกเยอรมัน และโยงสิทธิอำนาจไปถึงอิตาลี
สำหรับชาร์ลส์ มันจะครอบมรดกที่กระจัดกระจายด้วยตำแหน่งเดียว สำหรับฟรานซิส มันคือทางทำลายวงล้อม Habsburg ส่วนเฮนรีก็เข้าชิง เพราะกษัตริย์ผู้ฝันถึงความยิ่งใหญ่ย่อมไม่ยอมยืนดูคนอื่นเลือกกันเอง
ปัญหาคือจักรพรรดิไม่ได้มาจากประชาชน แต่มาจากเจ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียงเจ็ดคน
เฮนรีเข้าสู่การแข่งขันช้าและเงินไม่พอ ฟรานซิสมีทุนต่อสู้ แต่ชาร์ลส์มี Jakob Fugger นายธนาคารผู้มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของยุโรปอยู่ข้างหลัง แหล่งข้อมูลของราชวงศ์ Habsburg ระบุว่า การรณรงค์ของเขาได้รับเงินสนับสนุนหลักจาก ตระกูล Fugger
สมัยนั้นยังไม่มีป้ายหาเสียง ซองจึงต้องทำงานหนักกว่าสุนทรพจน์เล็กน้อย
เงินไม่ใช่เหตุผลเดียว ผู้เลือกตั้งยังคิดเรื่องชาติกำเนิด การเมืองในจักรวรรดิ และคำมั่นสัญญาต่างๆ แต่ชาร์ลส์ทำสิ่งสำคัญได้ดีที่สุด—เปลี่ยนมรดกและเครดิตในบัญชีให้กลายเป็นอำนาจการเมือง
เขาได้รับเลือกเป็นจักรพรรดิตอนอายุเพียง 19 ปี
ทำไมมหาอำนาจสองฝ่ายจึงต้องแย่งอังกฤษ
ถึงชาร์ลส์จะชนะการเลือกตั้ง การแข่งขันยังไม่จบ ฟรานซิสกับชาร์ลส์กลายเป็นศัตรูหลักของยุโรป แต่ทั้งสองฝ่ายกลับพยายามดึงเฮนรีเข้าเป็นพวก
ทำไมจักรวรรดิที่ครองหลายทวีปกับฝรั่งเศสซึ่งมีกองทัพใหญ่ จึงต้องสนใจกษัตริย์จากเกาะที่มีคนน้อยกว่า?
คำตอบคือ ทำเล
อังกฤษตั้งอยู่ข้างช่องแคบและยังครอง Calais บนแผ่นดินฝรั่งเศส หากเฮนรีเข้าข้างชาร์ลส์ ฝรั่งเศสอาจต้องรับศึกหลายด้าน หากอังกฤษเข้าข้างฟรานซิส เนเธอร์แลนด์ของชาร์ลส์ก็เสี่ยงถูกกองเรืออังกฤษคุกคาม
ต่อให้ไม่เข้ารบ การทำให้อังกฤษเป็นกลางก็เท่ากับลดศัตรูไปหนึ่งกองทัพ หนึ่งกองเรือ และหนึ่งกระเป๋าเงิน
เฮนรีจึงไม่ต้องใหญ่ที่สุด แค่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่อีกสองฝ่ายปล่อยให้เป็นศัตรูไม่ได้
พระองค์รู้ดีว่าทะเลช่วยชดเชยขนาดของอังกฤษ เฮนรีเร่งต่อเรือ สร้างอู่ วางระบบบริหารกองทัพเรือ และผลักดันเรือรบที่บรรทุกปืนใหญ่หนัก ตามข้อมูลของ Royal Museums Greenwich เมื่อเฮนรีสิ้นพระชนม์ กองเรือหลวงเพิ่มจากห้าลำในปลายรัชกาลพระบิดาเป็นมากกว่าสี่สิบลำ
เฮนรีไม่ได้ทำให้อังกฤษเป็นเจ้าแห่งทะเลในรัชสมัยตัวเอง แต่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ที่จะทำให้อังกฤษเป็นมหาอำนาจของยุโรปและของโลกในอนาคต
งานมิตรภาพที่จบด้วยการทุ่มกษัตริย์ลงพื้น
ปี 1520 เฮนรีพบฟรานซิสในงาน Field of the Cloth of Gold ใกล้ Calais
ทั้งสองฝ่ายสร้างวังชั่วคราว จัดงานเลี้ยง ประลองทวน และแต่งตัวด้วยผ้าทอง ราวกับนำการประชุมสุดยอด กีฬาโอลิมปิก และแฟชั่นโชว์มารวมกัน
หน้าฉากคือมิตรภาพ เบื้องหลังคือการแข่งขันว่าใครมั่งคั่ง มีเสน่ห์ และเป็นกษัตริย์เรอเนซองส์ที่สมบูรณ์แบบกว่ากัน วันหนึ่งเฮนรีท้าฟรานซิสปล้ำแบบฉับพลัน ฟรานซิสลืมว่าจัดงานขึ้นมาเพื่อผูกสัมพันธ์กับเฮนรี จึงรับคำท้า และทุ่มลงเฮนรีลงกองกับพื้น

งาน Field of the Cloth of Gold ปี 1520 มิตรภาพบนเวทีที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แม้กระทั่งการปล้ำระหว่างกษัตริย์หนุ่มทั้งสอง
ฟรานซิสชนะการท้าประลอง แต่พ่ายแพ้ในเกมการเมือง เพราะหลังงานจบลง เฮนรีได้นัดพบและพูดคุยกับชาร์ลส์ และไม่นานหลังจากนั้นอังกฤษก็เข้าข้างจักรวรรดิทำสงครามกับฝรั่งเศส
นี่คือสามก๊กฝรั่งในฉากเดียว—กอดกันต่อหน้าคนทั้งโลก แล้วจับมือศัตรูของอีกฝ่ายแทบจะทันทีที่งานเลิก
โลกของชาร์ลส์ยาวจากเยอรมนีถึงมหาสมุทรแปซิฟิก
มงกุฎจักรพรรดิไม่ได้มาพร้อมอำนาจอย่างเดียว แต่นำปัญหาทั้งทวีปมาวางบนบ่าของชาร์ลส์
ปี 1521 เขาเรียก Martin Luther มาสอบสวนที่เมือง Worms เรื่องที่ดูเหมือนข้อถกเถียงทางศาสนากำลังกลายเป็นความแตกแยกทางการเมือง เจ้าชายเยอรมันบางคนเห็นคำสอนใหม่เป็นความเชื่อ บางคนเห็นเป็นโอกาสลดอำนาจของจักรพรรดิและศาสนจักร
ในปีเดียวกัน กองทัพสเปนโค่นจักรวรรดิ Aztec ส่วนกองเรือของ Magellan ใต้ธงสเปนเดินทางถึงหมู่เกาะที่ภายหลังจะถูกเรียกว่าฟิลิปปินส์
การมีจักรวรรดิข้ามมหาสมุทรเป็นแรงสนับสนุนให้ชาร์ลส์ลงทุนกับ Casa de Contratación นักทำแผนที่ นักดาราศาสตร์ นักเดินเรือ และการฝึกคนที่อ่านท้องฟ้าแล้วพาเรือกลับบ้านได้
ความใฝ่รู้ การค้า และสงครามกำลังเริ่มใช้โครงสร้างพื้นฐานชุดเดียวกัน
ปาเวีย: เมื่อปืนชนวนหยุดโลกของอัศวิน
ปี 1525 ฟรานซิสนำทัพเข้าอิตาลีและเผชิญกองทัพจักรวรรดิที่ Pavia
ชาร์ลส์ไม่ได้อยู่ในสนาม แต่ทหารปืน arquebus ในกองทัพจักรวรรดิมีบทบาทสำคัญในการหยุดทหารม้าหนักฝรั่งเศส ควันดินปืนและทหารราบที่ยิงจากระยะไกลกำลังเริ่มเข้ามาแทนที่อัศวินขี่ม้าแห่งยุคกลางในการรบครั้งสำคัญนี้
Arquebus เป็นปืนไฟประทับบ่าที่ใช้สายชนวนจุดดินปืน ใกล้กับคำไทยว่า “ปืนคาบชุด” หรือปืนชนวน มากกว่า “ปืนคาบศิลา” แบบหินเหล็กไฟซึ่งแพร่หลายในภายหลัง
อาวุธตระกูลเดียวกันเดินทางมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการค้าและเครือข่ายโปรตุเกส และวิวัฒนาการมาเป็นพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงในพระราชพงศาวดาร
ผลของปาเวียคือฟรานซิสถูกจับเป็นเชลยทั้งพระองค์
เฮนรีช่วยชาร์ลส์โดยหวังส่วนแบ่งฝรั่งเศส แต่เมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เปลี่ยนข้างไปช่วยฟรานซิส ส่วนฟรานซิสเมื่อได้รับอิสรภาพก็ยอมจับมือกับสุลต่าน Suleiman แห่งจักรวรรดิ Ottoman ขอเพียงช่วยกันบีบชาร์ลส์ได้
สามก๊กไม่มีมิตรถาวร มีเพียงศัตรูที่อันตรายที่สุดในเวลานั้น
ปีถัดมาชาร์ลส์แต่งงานกับอิซาเบลลาแห่งโปรตุเกส พระธิดาของกษัตริย์ผู้ส่งทูตมายังอยุธยาเมื่อสิบห้าปีก่อน การแต่งงานเพื่อเชื่อมราชวงศ์กลายเป็นความผูกพันจริง และเผยด้านอบอุ่นที่ไม่ค่อยเข้ากับภาพจักรพรรดิผู้เคร่งขรึม
แล้วสงครามของสามกษัตริย์ก็เดินเข้ามาชนกับเรื่องภรรยาหกคน
การหย่าที่หนีเงาของชาร์ลส์ไม่พ้น
เฮนรีแต่งงานกับแคเธอรีนแห่งอารากอน ซึ่งเคยเป็นภรรยาของอาร์เธอร์ พระเชษฐาที่เสียชีวิตไปก่อน เธอยืนยันว่าการแต่งงานครั้งแรกยังไม่สมบูรณ์ จึงได้รับอนุญาตให้แต่งงานกับเฮนรี
ทั้งสองมีเจ้าหญิง Mary แต่ไม่มีพระโอรสที่รอดจนเติบโต
สำหรับราชวงศ์ Tudor ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นหลังสงครามชิงบัลลังก์ การไม่มีลูกชายไม่ใช่เพียงความผิดหวังในครอบครัว แต่เป็นความเสี่ยงว่าราชวงศ์จะสิ้นสุดและประเทศอาจกลับเข้าสู่ความขัดแย้งเรื่องผู้สืบทอด
เฮนรีจึงต้องการยุติการแต่งงานและเริ่มใหม่กับแอนน์ โบลีน
ปัญหาคือแคเธอรีนเป็นน้าของชาร์ลส์ที่ 5 และในปี 1527 กองทัพฝ่ายจักรพรรดิเพิ่งปล้นกรุงโรม พระสันตะปาปาจึงแทบไม่มีอิสระพอจะทำให้พระมาตุลานีของจักรพรรดิเสื่อมพระเกียรติ
เมื่อกติกาเดิมไม่ให้สิ่งที่ต้องการ เฮนรีก็เปลี่ยนกติกา อังกฤษแยกศาสนจักรออกจากอำนาจกรุงโรม และกษัตริย์ขึ้นเป็นประมุขของศาสนจักรอังกฤษ
แอนน์เป็นแรงเร่งสำคัญ แต่เธอไม่ได้เปลี่ยนศาสนาของประเทศด้วยเสน่ห์เพียงคนเดียว เบื้องหลังยังมีปัญหาผู้สืบทอด ความคิดปฏิรูปศาสนา ผลประโยชน์จากทรัพย์สินศาสนจักร และดุลอำนาจที่ชาร์ลส์ทาบไว้เหนือกรุงโรม
เรื่องทายาทของกษัตริย์คนหนึ่งจึงเปลี่ยนศาสนา การเมือง และโครงสร้างรัฐ เพราะอำนาจของอีกก๊กปิดทางเลือกเดิมไว้
อำนาจไม่ได้มาจากอาวุธวิเศษเพียงชิ้นเดียว
เมื่อมองมาถึงตรงนี้ เทคโนโลยีไม่ใช่ฉากหลังของสามก๊ก แต่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะยิงได้หนักกว่า เดินเรือได้ไกลกว่า ระดมเงินได้นานกว่า และเปลี่ยนความรู้ให้เป็นอำนาจได้เร็วกว่า
เรือรบต้องมีปืน ปืนต้องมีโลหะและโรงหล่อ สงครามต้องมีภาษี เครดิต และบัญชี เรือเดินสมุทรต้องมีแผนที่ ดาราศาสตร์ และคนคำนวณเส้นทาง
เฮนรีวางฐานกองทัพเรือและระบบบริหารทางทะเล ฟรานซิสดึงศิลปิน สร้างสถาบันความรู้ และยกภาษาของรัฐขึ้นมาแข่งขันกับละติน ส่วนชาร์ลส์ใช้เครือข่ายราชวงศ์ เครดิต ท่าเรือ แผนที่ และนักเดินเรือประกอบอาณาจักรข้ามมหาสมุทร
ทั้งสามไม่ได้มี “นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” แบบรัฐสมัยใหม่ แต่การแข่งขันบังคับให้พวกเขาและผู้สืบทอดสร้างสถาบัน เครื่องมือ และเงินทุนให้ความรู้ถูกผลิต ส่งต่อ และนำไปใช้ได้หลายรุ่น
จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ยุโรปยุคนี้มีทั้งหอดูดาว โรงพิมพ์ วิทยาลัยหลวง โรงหล่อ อู่เรือ บริษัทค้า และสถาบันการเงินเติบโตเคียงกัน ความใฝ่รู้ไม่ได้เกิดเพราะกษัตริย์สั่ง แต่มันขยายตัวได้เพราะรัฐและผู้มีอำนาจเห็นประโยชน์ของคนที่คำนวณเก่ง ทำแผนที่แม่น หล่อปืนเป็น หรือพาเรือกลับบ้านได้
การแข่งขันไม่ได้ตัดสินด้วยว่าใครมีชิ้นส่วนดีที่สุดเพียงชิ้นเดียว แต่ตัดสินว่าใครทำให้ชิ้นส่วนทั้งหมดทำงานร่วมกันได้
มองจากเจ้าพระยา เราจะเห็นชื่อผู้ได้เปรียบเปลี่ยนไป
The Tudors จบเมื่อเฮนรีสิ้นพระชนม์ในปี 1547 แต่รัฐและสถาบันที่คนรุ่นนั้นช่วยวางฐานยังแข่งขันกันต่อ
ชาร์ลส์ทยอยสละราชบัลลังก์และแบ่งมรดก Habsburg เป็นสายสเปนกับออสเตรีย ฟรานซิสส่งทอดมรดกเป็นรัฐฝรั่งเศสที่มีภาษาราชการ สถาบันความรู้ และความเชื่อว่าบารมีทางวัฒนธรรมคือส่วนหนึ่งของอำนาจ ส่วนอังกฤษยังไม่ใช่เจ้าแห่งทะเล แต่ฐานกองเรือ อู่เรือ ปืนใหญ่ และการบริหารถูกคนรุ่นหลังนำไปต่อยอด
เมื่อมองจากแม่น้ำเจ้าพระยา เราจะเห็นชื่อผู้เล่นตะวันตกเปลี่ยนไปตามดุลอำนาจ
เมื่อก๊กไอบีเรียแข็ง เราเห็นโปรตุเกสในอยุธยาและสเปนในฟิลิปปินส์
เมื่อเนเธอร์แลนด์กบฏแยกจากสเปนของฟิลิปที่ 2 ดัตช์ก็กลายเป็นผู้เล่นใหม่ที่แตกออกมาจากก๊กของชาร์ลส์ แล้วส่ง VOC มาแย่งเครือข่ายการค้าถึงอยุธยา อาวุธสำคัญไม่ใช่เพียงเรือกับปืน แต่รวมถึงบริษัทหุ้น ระบบบัญชี ตลาดทุน และโลจิสติกส์ที่ทำสงครามได้ไกลจากบ้าน
เมื่อฝรั่งเศสของหลุยส์ที่ 14 ขึ้นเป็นมหาอำนาจ เราจึงเห็นฝรั่งเศสเด่นในสยามสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งราชทูต นักบวช ทหาร และความทะเยอทะยานทางการเมือง หลุยส์ไม่ใช่ลูกหลานสายตรงของฟรานซิส แต่รับช่วงรัฐซึ่งฟรานซิสช่วยสร้าง—ภาษา สถาบัน และการใช้วัฒนธรรมสร้างบารมี
ส่วนอังกฤษค่อยๆ นำการเดินเรือ ระบบเครดิตสาธารณะ บริษัทหุ้น วิทยาศาสตร์ การผลิต และระบบภาษีมาประกอบเข้าด้วยกัน การตั้ง Bank of England ในปี 1694 เพื่อระดมเงินให้รัฐบาลทำสงครามกับฝรั่งเศส เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีอำนาจที่มองไม่เห็นเหมือนปืน แต่ทำให้รัฐกู้เงินและรบได้นานขึ้น ตามประวัติของ Bank of England
ถึงศตวรรษที่ 19 อังกฤษกลายเป็นมหาอำนาจทางทะเล อุตสาหกรรม และการเงิน ชื่ออังกฤษจึงกลับมาอยู่กลางประวัติศาสตร์สยามผ่านสนธิสัญญา Bowring ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี 1855 ตัวสนธิสัญญาซึ่งเก็บรักษาโดย สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ลงนามเมื่อวันที่ 18 เมษายนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับตะวันตก
ลำดับโปรตุเกส ดัตช์ ฝรั่งเศส แล้วจึงอังกฤษ จึงเป็นร่องรอยของการแข่งขันระยะยาวว่า รัฐใดประกอบเรือ ปืน เงิน ความรู้ สถาบัน และพันธมิตรเข้าด้วยกันได้ลงตัวที่สุดในเวลานั้น

การแข่งขันของสามก๊กในยุโรปเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ค่อยๆ เปลี่ยนสมรภูมิที่รัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แข่งขันกันอยู่ มันเข้ามาเปลี่ยนการค้า อาวุธ เครือข่ายข่าวสาร และดุลอำนาจในภูมิภาค
ดูซีรีส์ให้สนุก แต่อย่าใช้แทนหนังสือประวัติศาสตร์
The Tudors ไม่ใช่สารคดี ซีรีส์บีบเวลา รวมตัวละคร เปลี่ยนความสัมพันธ์บางอย่าง และเลือกหน้าตานักแสดงให้เหมาะกับโทรทัศน์มากกว่าภาพเหมือนทุกจุด
แต่สิ่งที่ซีรีส์ทำได้ดีคือทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของการอยู่ใกล้อำนาจ
วันนี้คุณอาจเป็นเพื่อนสนิทของกษัตริย์ พรุ่งนี้เป็นรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพล และวันต่อมาอาจถูกส่งเข้า Tower of London เพราะกษัตริย์เปลี่ยนใจ
ดูเอาเรื่องรัก เราจะได้ละครราชสำนักที่เข้มข้น
ดูการเมือง เราจะเห็นการแต่งงาน ศาสนา และสงครามกลายเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่ถ้าจำไว้ว่า ในเวลาเดียวกับที่เฮนรี ฟรานซิส และชาร์ลส์กำลังแย่งยุโรป เรือโปรตุเกสได้เดินทางมาถึงอยุธยาแล้ว เราจะเห็นประวัติศาสตร์ตะวันตกกับประวัติศาสตร์ไทยเริ่มต่อเข้าหากัน
โลกซึ่งอำนาจไม่ได้อยู่ในพระราชวังหรือสนามรบเท่านั้น แต่อยู่ในเรือ ปืน เงิน ความรู้ และสถาบันที่ช่วยให้รัฐส่งอิทธิพลออกไปได้ไกลกว่าที่คนในราชสำนัก Tudor จินตนาการถึง
ไกลจนมาถึงสยาม